ตำนานสนามกีฬาแห่งชาติ “สนามศุภชลาศัย”

ตำนานสนามกีฬาแห่งชาติ “สนามศุภชลาศัย”

ถ้าให้ลองนึกถึงสนามกีฬาฟุตบอลในตำนานของประเทศไทยเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยที่ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อนต้องนึกถึงสนามที่ให้ความสุขกับแฟนฟุตบอลชาวไทยมาอย่างยาวนาน สนามที่ว่านี้ก็คือ สนามศุภชลาศัย หรือที่ทุกวันนี้เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า “สนามศุภฯ” ต้องบอกว่าสนามแห่งนี้เป็นสนามกีฬาระดับตำนานของคนไทยมาอย่างยาวนาน เป็นสนามที่มีเรื่องราวและความทรงจำมากมายให้แฟนบอลชาวไทยได้จดจำ คิดถึง ดีใจ น้ำตาไหล และหลากหลายอารมณ์อีกมากมาย เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าสนามกีฬาระดับตำนานสนามนี้มีความเป็นมาอย่างไรกันบ้าง เดี๋ยวเรามาค่อย ๆ ทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กัน

จุดเริ่มต้นของสนามกีฬาแห่งชาติ

จริง ๆ แล้วสนามศุภชลาศัยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า กรีฑาสถานแห่งชาติ  ต้นกำเนิดของสนามแห่งนี้มาจากการแข่งขันกรีฑานักเรียนซึ่งในสมัยก่อนจะจัดการแข่งขันกีฬานี้ที่สนามของสวนกุหลาบวิทยาลัย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2477 ท่านนาวาโทหลวงศุภชลาศัย อธิบดีกรมพลศึกษาคนแรกของประเทศไทยก็มีดำริให้มีการจัดหาสถานที่สำหรับสร้างสนามกีฬากลางกรมพลศึกษา, โรงเรียนฝึกหัดของกรมพลศึกษา และสโมสรทหารลูกเสือ จนได้มีการทำสัญญากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อทำการเช่าที่ดินพื้นที่ขนาด 77 ไร่ 1 งาน ที่บริเวณวังวินด์เซอร์เดิม เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2478 เป็นระยะเวลา 29 ปี จนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 ก็ได้มีพระราชพิธีก่อพระฤกษ์โดยคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขณะที่การแข่งขันกรีฑานักเรียนได้มีการย้ายไปแข่งขันกันที่สนามหลวงชั่วคราว จนในปีถัดมากรมพลศึกษาก็ได้ทำการย้ายเข้ามายังบริเวณกรีฑาสถานแห่งนี้ โดยเริ่มต้นใช้สนามแห่งนี้ครั้งแรกเมื่อรัชกาลที่ 8 ทรงได้ทำการเสด็จเปิดสนามกีฬาอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2481 เป็นการแข่งขันกรีฑาประเภทชาย แต่สนามแห่งนี้พร้อมใช้ในทุกอย่างจริง ๆ ตอนปี พ.ศ. 2484  มีสนามฟุตบอลพื้นหญ้าขนาดมาตรฐาน, ลู่วิ่งรอบนอก, อัฒจันทร์ทิศตะวันตก 20 ชั้น ตอนกลางจะมีสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

สนามกีฬาแห่งชาติของคนไทย

หลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทยเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ทำให้สนามศุภชลาศัยกลายเป็นสนามที่แฟนบอลชาวไทยส่วนใหญ่ต่างก็นิยมในการเข้ามาดูการแข่งขันเป็นอย่างมาก โดยสนามแห่งนี้เคยเป็นสนามกีฬาที่จัดการแข่งขันหรือจัดพิธีเปิด-ปิดของกีฬาสำคัญหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 5, 6 และ 8, กีฬาซีเกมส์หรือกีฬาแหลมทองเดิมครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 13 ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ, งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์, ฟุตบอลเอเอฟซี คัพ, ฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี, ฟุตบอลในกีฬามหาวิทยาลัยโลก ถือว่าเป็นสนามที่มีมนต์ขลังอย่างมากในประเทศไทย

บรรยากาศรอบสนามศุภชลาศัย

อันที่จริงแล้วภายในสนามกีฬาแห่งชาติไม่ได้มีเพียงแค่สนามศุภชลาศัยเพียงอย่างเดียวแต่ยังประกอบไปด้วยสนามและอาคารอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สนามกีฬาเทพหัสดิน, สนามจินดารักษ์, อาคารกีฬานิมิบุตร, อาคารจันทนยิ่งยง, สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์และสถานที่อื่น ๆ อีกด้วย ปัจจุบันที่รอบ ๆ สนามกีฬาแห่งชาติจะมีการเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเพื่อออกกำลังกายในการสร้างเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ที่สำคัญทุกวันนี้การเดินทางไปยังสนามศุภชลาศัยในปัจจุบันนั้นสะดวกมากมีการเพิ่มเส้นทางโดยสารโดยรถไฟฟ้าBTS  โดยผู้เข้าชมสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้า BTS ทำให้สะดวกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น แม้ว่าทุกวันนี้สนามศุภฯ อาจจะไมได้เป็นสนามหลักในการใช้จัดการแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ เหมือนแต่ก่อน ทว่าก็ยังคงถือว่าเป็นสนามที่อยู่ในความทรงจำของแฟนบอลไทยในหลากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านร้อนหนาวมาด้วยกันมากมาย